แอบมาแปลๆบทสัมภาษณ์น้องซากุไร ยูยะ (櫻井ユウヤ) หรือบางสื่อเรียกว่า ซากุราอิ ยูยะ
ซึ่งหลายคนน่าจะทราบแล้วว่า
น้องเป็นนักเบสบอลชาวไทย เด็กไทยแท้ ๆ
จากโรงเรียนมัธยมปลาย ทีมโชเฮ จังหวัดไซตามะ เล่นตำแหน่งอินฟิลเดอร์ และทำไป 49 โฮมรันในการแข่งขันระดับมัธยมปลาย
ที่ได้ดราฟท์เข้าไปใน NPB ดราฟท์ 4 ทีมชิบะล้อตเต้มารีนส์ เมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา
(ตอนนี้น้องใส่เบอร์ 55 มารีนส์นะคะ ฝากหลานไว้ในอ้อมใจด้วยค่า)
ที่มา : https://www.marines.co.jp/team/player/detail/2026_00001796.html
บทสัมภาษณ์ ซากุไร ยูยะ (ชิบะลอตเต้)
"อยากทำหน้าที่ไม้ 4 ในทีมชุดใหญ่ในอนาคต เพราะฉะนั้นผมจะรักษาการหวดแบบเต็มแรงต่อไป"
รุกกี้ดราฟต์อันดับ 4 ซึ่งได้รับความสนใจในฐานะแบตเตอร์ที่ทรงพลัง (Power Hitter) ได้ลงเล่นตำแหน่งไม้ 4 ในการแข่งขันอย่างเป็นทางการของลีกรอง (Farm Team) อย่างรวดเร็ว แม้จะผ่านมาเพียงหนึ่งเดือนนับตั้งแต่เปิดฤดูกาลก็ตาม
ทั้งยังต้องเผชิญกับบอลเร็วระดับมืออาชีพรวมถึงการวางแผนขว้างลูกที่ชาญฉลาดของพิทเชอร์
แต่เขายังคงยึดมั่นในทัศนคติที่ว่า
"ผมจะไม่เปลี่ยนสไตล์การสวิงของตัวเอง" แทนที่จะพยายามตีให้โดนบอลเท่านั้น แต่เขาเลือกการเหวี่ยงไม้ให้สุดแรง ด้วยความมุ่งมั่นนี้ เขากำลังก้าวเดินต่อไปเพื่อกลายเป็นเสาหลักของทีมชุดใหญ่
บทสัมภาษณ์
──ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้ว นับตั้งแต่เปิดฤดูกาล
ซากุไร: ในทุกๆ วันก็จะมีความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาเสมอครับ ผมเลยต้องคอยปรึกษาและลองผิดลองถูกร่วมกับโค้ชและผู้จัดการทีมฟาร์มครับ
──คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังฝึกฝนอะไรอยู่?
ซากุไร: จุดแข็งของผมคือการตีลูกครับ สิ่งที่ผมสัมผัสได้ตั้งแต่เข้ามาเล่นเบสบอลอาชีพคือคุณภาพของลูกที่ผมต้องเผชิญจากพิทเชอร์ฝ่ายตรงข้าม...
เลเวลของระดับโปรนั้นสูงขึ้นจากเบสบอลมัธยมปลาย เลยทำให้เป็นเรื่องยากและท้าทาย
แต่อย่างแรกเลย ผมเน้นที่การไม่พลาดจังหวะลูกตรง (Fast Ball) และตีให้โดนลูกอย่างแม่นยำ นอกจากนั้น ยังต้องจัดการกับพิทเชอร์ที่ปาสลับลูกตรงกับลูกพลิกแพลงเข้ามาด้วย ดังนั้นผมต้องรับมือกับมันให้ได้ ยังมีเรื่องการเลือกประเภทลูกอีกด้วย
ในวันที่ผมฟอร์มดี พวกเขาจะขว้างแบบระวังไม่ให้ผมตีได้ แม้จะต้องเสีย Walk (โฟร์บอล) ก็ตาม ผมรู้สึกว่าจำเป็นต้องเรียนรู้วิธีรับมือกับสถานการณ์แบบนั้นด้วยครับ
──ยกตัวอย่างเช่น กลยุทธ์ที่แคทเชอร์ใช้รับมือกับแบตเตอร์ในระดับมืออาชีพนั้นแตกต่างออกไปจากเดิมหรือไม่?
ซากุไร: ใช่ครับ บางครั้งผมได้ยินบทสนทนาระหว่างพิทเชอร์และแคทเชอร์ในม้านั่งสำรอง เกี่ยวกับวิธีที่จะใช้กับแบตเตอร์แต่ละคน และผมก็ได้เรียนรู้ว่า อ้อ เค้าคิดกันแบบนั้นนี่เอง
ผมมีเพื่อนร่วมทีมปีเดียวกันเป็นแคทเชอร์ชื่อ โอคามูระ (โอคามูระ เรียวจุ) ดังนั้นบางครั้งผมก็ถามเขาเกี่ยวกับการเลือกรับลูกที่จะขว้าง และผมก็ได้เรียนรู้มากมาย
ผมหวังว่าจะซึมซับความรู้พวกนี้ได้อย่างรวดเร็วและนำไปใช้เพื่อพัฒนาการเล่นของตัวเอง
ในสมัยมัธยมปลาย ผมสามารถตีลูกได้ในระดับนึงโดยไม่ต้องคิดมาก แต่ตอนนี้ผมเป็นนักกีฬาอาชีพแล้ว ผมอยากจะใส่ใจกับสิ่งเหล่านั้นและฝึกฝนให้ดีขึ้นครับ
──เข้าใจแล้วครับ แล้วคุณทำอย่างไรเพื่อเอาชนะความท้าทายในเรื่องการตีลูก?
ซากุไร: สิ่งสำคัญคือ "การไม่เปลี่ยนสไตล์การสวิงของตัวเอง" ครับ ผมคิดว่าการที่ทีมเลือกใช้ผมเป็นไม้ 4 ด้วยเหตุผลนั้น ผมจึงจะไม่เปลี่ยนสไตล์การสวิงของตัวเอง แต่จะพยายามปรับตัวให้เข้ากับบอลรูปแบบต่างๆแทน นั่นคือภาพที่ผมจินตนาการไว้ในตอนนี้ครับ
──คุณรู้สึกอย่างไรที่ตอนนี้คุณถูกวางตัวเป็นผู้เล่นไม้ 4 ในทีมรอง?
ซากุไร: ในอนาคตผมอยากเป็นผู้เล่นไม้ 4 ของทีมชุดใหญ่ครับ แต่ตอนนี้ผมยังเป็นไม้ 4 ที่ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน เลยไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไร
ผมมองว่า มันเป็นแค่การเรียงลำดับการตีไว้เป็นคนที่ 4 เท่านั้น
ตั้งแต่เล่นเบสบอลสมัครเล่นผมก็เป็นไม้ 4 มาตลอด ดังนั้นผมจึงไม่อยากจำกัดตัวเองอยู่แค่ในกรอบเล็กๆ ครับ
(แปลจากญี่ปุ่นเป็นไทยและไทยเป็นไทยอีกรอบ ประมาณว่าน้องเค้า ไม่อยากพอใจในสิ่งเล็กๆ จนขาดความท้าทายค่ะ เท่จัด)
──สรุปแล้ว คุณตั้งเป้าหมายที่จะตีโฮมรัน หรือพูดอีกอย่างคือ คุณพยายามเหวี่ยงไม้ให้สุดแรงเสมอ ใช่มั้ย?
ซากุไร: ถ้าบอลมาในจุดที่ตีง่าย ผมจะหวดเต็มแรงครับ แทนที่ตั้งเป้าจะเอาโฮมรันอย่างเดียว ผมเน้นการสวิงในแบบของตัวเอง ผมรอจังหวะเพื่อที่จะ "สวิงให้แรงที่สุด" ต่อบอลลูกนั้นครับ
──ณ วันที่สัมภาษณ์ (15 เมษายน) ยังไม่มีโฮมรันในลีกรอง แต่มันคงจะมาในไม่ช้าใช่ไหม?
ซากุไร: ในเกมที่ผ่านมา มีบางครั้งที่พอโดนสองสไตรค์แล้วผมเผลอไปตี หรือไปพยายามตีลูกพลิกแพลงหลังจากเจอลูกตรง
จุดแข็งของผมคือการตีโฮมรัน การสวิงที่หนักแน่น และความดุดันสมกับเป็นแบตเตอร์ไม้ 4 ผมอยากพรีเซนต์ตัวเองในจุดนั้น ดังนั้นแทนที่จะตีให้โดนเฉยๆ ผมอยากจะสวิงให้เป็นตัวของตัวเองครับ ถึงแม้จะถูกสไตรค์เอาต์ ผมก็อยากให้ผู้ชมในลีกรองได้เห็นถึงการสวิงที่ทรงพลังของผมครับ
──คุณสวมเสื้อยูนิฟอร์มหมายเลข 55 ซึ่งทำให้นึกถึงจอมพลังอย่าง มัตสึอิ ฮิเดกิ (ไจแอนท์ ฯลฯ) หรือ มุราคามิ มุเนทากะ (เคยเล่นให้ยาคูลท์)
ซากุไร: ตอนเซ็นสัญญาเบื้องต้น เขาบอกว่าอาจจะได้ใส่เบอร์ 55
ผมแอบสังเกตเห็นอยู่แล้วว่าเบอร์55ว่างอยู่พอดี
พอได้รับจริงๆ ก็ดีใจมากครับ ตอนเด็กๆ ผมไม่ได้สนใจเบสบอลอาชีพซักเท่าไหร่ แต่พอขึ้นมัธยมและตั้งเป้าจะเป็นมืออาชีพ เบอร์ 55 ของคุณมุราคามิก็ติดอยู่ในใจผมตลอด ในเมื่อได้รับเบอร์นี้มาแล้ว ผมก็อยากจะเป็นนักกีฬาที่ทำให้ได้ตามความคาดหวังครับ
──นอกจากการตีแล้ว มีความท้าทายอื่นอีกไหม?
ซากุไร: ผมไม่ค่อยมั่นใจในเรื่องการป้องกันที่ตำแหน่งเบสสามเท่าไหร่ครับ แต่ผมพยายามมีสมาธิกับทุกๆลูกที่พุ่งมาเพื่อที่จะเก็บเอาท์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ผมก็มีทำผิดพลาด (Error) บ้าง แต่ผมก็พยายามและปรับเปลี่ยนท่าทางการรับมือหลังจากนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำสอง
ที่ตำแหน่งเบสสาม ลูกที่ตีแรงๆ จากแบตเตอร์มือขวาจะพุ่งมาหาผมโดยตรง เมื่อเทียบกับเบสบอลระดับมัธยมปลายแล้ว การตีในระดับมืออาชีพนั้นความเร็วคนละเรื่องกันเลยครับ
ผมต้องปรับตัวให้ชินกับมัน
ในทางกลับกัน เพราะเบสบอลระดับอาชีพนั้นใช้ไม้ที่ทำจากไม้ ลูกที่โดนไม่เต็มหน้าไม้เลยกลายเป็นลูกกลิ้งช้าๆ นั่นก็เป็นส่วนที่ยากเหมือนกันครับ
──เบสบอลอาชีพมีการแข่งขันทุกวันต่อเนื่องกันนานถึงครึ่งปี ซึ่งต่างจากสมัยมัธยมปลาย คุณเริ่มชินกับชีวิตแบบมืออาชีพหรือยัง?
ซากุไร: นั่นสิครับ ในชีวิตประจำวันผมปกติก็เป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรที่มันลนลานอยู่แล้ว ตอนนี้ผมเริ่มจับทางลำดับเหตุการณ์ในแต่ละวันได้แล้ว เลยสามารถคาดการณ์และเตรียมตัวล่วงหน้าได้ ทำให้ช่วงนี้ผมใช้ชีวิตได้อย่างสงบขึ้นครับ
เวลาที่ผมต้องทำโน่นทำนี่ หรือตอนช่วงแคมป์เก็บตัวที่แม้จะดูตารางแล้ว ผมก็ยังมีหลายเรื่องที่ไม่รู้เช่นว่าต้องไปที่ไหนหรือต้องทำอะไรในแต่ละช่วงเวลาบ้างครับ
──ในฐานะนักกีฬาอาชีพ ทัศนคติหรือสภาพจิตใจ เปลี่ยนไปบ้างไหม?
ซากุไร: ผมหวังว่าจะเป็นอย่างนั้นครับ ตอนนี้เป็นช่วงที่ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่ละวันหมดไปกับการพยายามทำตามสิ่งที่ได้รับคำแนะนำมาอย่างเต็มที่ก็หมดวันแล้วครับ ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะติดต่อเพื่อนสมัยมัธยมปลาย (โรงเรียนโชเฮ) เลย ตอนนี้ในหัวมีแต่เรื่องเบสบอลเลยครับ บางทีพอมีคนทักมา ผมก็เผลอตอบแบบเย็นชาไปบ้าง (หัวเราะ)
แต่โรงเรียนเดิมผมอยู่ที่จังหวัดไซตามะ บางครั้งเพื่อนๆ ก็มาดูผมแข่งที่สนามอุระวะ (สนามทีมฟาร์ม) จุดนี้ผมรู้สึกขอบคุณพวกเขามากจริงๆ ครับ
──เมื่อสักครู่คุณบอกว่าตอนนี้ยังอยู่ในช่วง"ต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์และสร้างรากฐาน" คุณคิดภาพตัวเองไว้ไหมว่าต้องใช้เวลาอีกสักกี่ปี?
ซากุไร: พอผมอายุเท่ากับนักศึกษาปี 4 เพื่อนรุ่นเดียวกันก็จะเริ่มเข้าสู่ลีคมืออาชีพกันแล้ว เพราะฉะนั้น ผมตั้งใจไว้ว่าอย่างน้อยต้องขึ้นไปเล่นในทีมชุดใหญ่ให้ได้ก่อนจะถึงเวลานั้นครับ ถึงจะยังไม่ได้วางเป้าหมายชัดเจน แต่ถ้าผมเริ่มทำผลงานในทีมฟาร์มได้ดีพอ อย่างการตีโฮมรันได้ต่อเนื่อง ผมก็อยากจะขึ้นไปโชว์ฝีมือที่ทีมชุดใหญ่ครับ
──หากมองสถานการณ์ในทีมชุดใหญ่ตอนนี้ เทราจิ ริวเซย์ กำลังลงเล่นในตำแหน่งเบส 3 ตัวจริง เขาอายุมากกว่าคุณ 2 ปี และใช้เวลาขัดเกลาฝีมือในทีมสำรองเพียงแค่ปีเดียวเท่านั้น คุณมองเขาเป็นคู่แข่งที่ต้องจับตามองบ้างไหมครับ?
ซากุไร: ผมเป็นแบตเตอร์มือขวาครับ... อนาคตถ้าผมได้ขึ้นไปเล่นทีมชุดใหญ่ เราอาจจะต้องกลายเป็นคู่แข่งกันจริงๆก็ได้ แต่สำหรับตอนนี้ผมยังไม่ได้คิดไปไกลขนาดนั้นครับ ผมแค่อยากทำสิ่งที่ตัวเองควรทำในตอนนี้ให้ดีที่สุดเพื่อที่จะได้ก้าวไปเล่นในทีมชุดใหญ่ครับ
──ไม่อยากจะพูดแบบนี้เลย แต่ทีมลอตเต้ไม่ค่อยมีนักหวดโฮมรันชาวญี่ปุ่นเกิดขึ้นมานานแล้ว คนล่าสุดที่ตีได้เกิน 30 ลูกคือคุณโอจิไอ ฮิโรมิตสึ สมัยปี 1986
ซากุไร: ผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้างครับ เพราะอย่างนั้นผมถึงสัมผัสได้ถึงความคาดหวังของแฟนๆ และผมก็ตั้งใจจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเป็นคนทำลายอาถรรพ์นั้นให้ได้ในอนาคตครับ
ยังไงท้ายที่สุดแล้ว เบสบอลมันก็ต้องโฮมรันครับ
ผมรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่คลาสสิกและมีเสน่ห์ที่สุดแล้ว ถ้าไม้ 4 หรือ คนที่แฟนๆฝากความหวังไว้ว่าจะต้องตีโฮมรันได้ แล้วตีได้จริงๆ แฟนๆก็คงจะดีใจมากครับ
──ผมตั้งตารอวันที่คุณจะพัฒนาฝีมือและไปตีโฮมรันที่สนาม ZOZO Marine Stadium นะครับ
ซากุไร: ครับ ขอบคุณมากครับ
เข้าสู่ช่วง Q&A PERSONAL QUESTION
Q: เป้าหมายในอนาคตและภาพลักษณ์นักกีฬาที่อยากเป็น?A: อยากเป็น ราชาโฮมรัน (Home Run King) ครับ
A: ผมมาจากเมืองนาสุชิโอบาระ จังหวัดโทชิกิครับ ในช่วงฤดูหนาวหิมะตกหนักเลย จุดเด่นที่ผมภูมิใจนำเสนอคือ ชิโอบาระออนเซ็น ครับ ที่นั่นมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งรีสอร์ท แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้บ้านผมนัก แต่ก็มีสถานที่ให้เที่ยวเล่นเยอะแยะเลยครับ เช่น NASU SAFARIPARK หรือ NASU HIGHLAND PARK ตอนเด็กๆ ผมไปเที่ยวบ่อยเลยครับ
A: ที่โรงเรียนมัธยมต้นคุโรอิโซะคิตะ นอกจากชมรมเบสบอลแล้ว ผมยังควบชมรมประสานเสียงด้วยครับ ทีมเราถือว่าเก่งเลย เคยได้เหรียญทองระดับจังหวัดจนได้ไปแข่งต่อในระดับภูมิภาคคันโต
ผมร้องเสียง Tenor ครับ จำได้ว่าเคยร้องเพลงประสานเสียงชุด 'Kuchibiru ni Uta o' ที่มีเนื้อร้องผสมกันระหว่างภาษาญี่ปุ่นกับเยอรมันด้วย
A: บัตรสตาร์บัคส์ครับ อันนี้ต้องขอบคุณจริงๆ เวลาว่างผมมักจะไปนั่งเล่นที่สตาร์บัคส์แถวมูซาชิอุราวะกับเพื่อนรุ่นเดียวกันอย่าง อิชิงาขิเก็งคิ และ โอคามูระเรียวจุ สองคนนั้นเขาชอบสั่งพวกแฟรปปูชิโน่กัน แต่ผมชอบพวกลาเต้เย็นหรืออะไรที่เย็นๆหวานๆครับ ส่วนของร้อนนี่ผมไม่ดื่มเลย (หัวเราะ)
โรงเรียนมัธยมปลายโชเฮที่ผมเรียนจบมานั้นเรื่องฟุตบอลเขาแกร่งมาก และมีเพื่อนรุ่นเดียวกัน 2 คนที่ได้เข้าเล่นใน J-League ด้วยครับ สมัยมัธยมผมเคยเล่นฟุตบอลกับพวกนั้นด้วย ฝีเท้าก็ถือว่าสู้กันได้สูสีเลยทีเดียวครับ ในชีวิตนี้มีแค่เบสบอลกับฟุตบอลนี่แหละครับที่ผมทุ่มเทให้แบบสุดตัว
ขอบคุณบทความดีๆจากเบสบอลรายสัปดาห์
https://column.sp.baseball.findfriends.jp/?pid=column_detail&id=082-20260504-01&rf=kmlp
คุณนักข่าวคนที่สัมภาษณ์พอรู้ว่าน้องยูยะอยู่ชมรมประสานเสียงด้วย
ก็มีการอยากชวนเข้าร่วมโปรเจกต์ร้องเพลงประสานเสียงในคอลัมน์พิเศษช่วงปิดฤดูกาลของเบสบอลรายสัปดาห์เลยทีเดียว
จบแล้ววว
หวังว่าทุกคนจะคอยเชียร์น้องซากุไรยูยะไปด้วยกันนะคะ
ตอนที่เขียนนี้ ณ 1 พฤษภาคม 2026 น้องทำ First Homerun ที่เกมฟาร์มไปแล้วเรียบร้อย
ในวันที่ 26 เมษายน 2026 เกมที่แข่งกับ Hayate
พี่ยูยะนำเฟิสโฮมรันบอลไปให้คุณแม่ด้วย เด็กดีมาก
ขอบคุณภาพและเนื้อหาจากคุณแม่ด้วยนะคะ เครดิตดามลิ้งด้านล่างเลยค่า
https://x.com/YJingrinda11362/status/2048524362735870078
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น